รอยยิ้มนั้น
เป็นเหมือนคมหนามนับร้อยพัน
ทิ่มแทงฉัน
และฉัน
อยากทิ่มแทงตัวเองด้วยคมหนามให้มากกว่านี้อีกพันหมื่นแสนเท่า
แต่ฉันก็มีแต่น้ำตา
ที่ไร้ประโยชน์
และใจของฉันมีน้ำตามากยิ่งกว่า
เพราะรอยยิ้มที่เป็นสุข
ที่แหลมคมยิ่งกว่าคมหนามพันหมื่นแสนล้านคม
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
เหงา
I must go down to the sea again,
to the lonely sea and the sky;
and all I ask is a tall ship and a star to steer her by.
to the lonely sea and the sky;
and all I ask is a tall ship and a star to steer her by.
วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
Falling
Since the day I fell into your arms
I have never been the same again.
Since the day you let go of me
I have fallen again.
Yes, you cannot force your heart
and so can´t I
So I let myself watching me falling
From grace
And I keep falling, falling, falling
I know that it is no good
I know that I am not happy
But you cannot force your heart and so can´t I
It is a destiny
I would not be able to look up high
I will not be able to be at that height
If only you did not let go of me
Like this..
If only you did not let go of me
This way..
I have never been the same again.
Since the day you let go of me
I have fallen again.
Yes, you cannot force your heart
and so can´t I
So I let myself watching me falling
From grace
And I keep falling, falling, falling
I know that it is no good
I know that I am not happy
But you cannot force your heart and so can´t I
It is a destiny
I would not be able to look up high
I will not be able to be at that height
If only you did not let go of me
Like this..
If only you did not let go of me
This way..
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ใช่ดวงแก้วดาริกาก็หาไม่
คงเพราะรักคือความจริงที่เลื่อนไหล
วันหนึ่งจึงกลายเป็นเพียงเศษขยะ
เป็นความน่ารำคาญ..เป็นภาระ
และเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์
ฉันเคยหลงผิดคิดไปว่า
เป็นแก้วตาที่เธอกอดไว้แนบอก
เป็นแสงสวยที่สาดส่องห้องเรื้อรก
เป็นยอดรัก..เป็นขวัญแห่งชีวิต
แสนเสียดายสง่าราศี
ที่เคยงามเคยดีก็หมดสิ้น
หลับตาบูชารักจนพังภินท์
ทิ้งความงามให้จมดินจนย่อยยับ
จึงจำต้องหยัดอยู่อย่างรวดร้าว
ดาริกาเคยแพรวพราวก็มืดดับ
ที่เคยเห็นเป็นแสงเหลื่อมเลื่อมระยับ
ก็หายวับกลับเป็นแก้วจากหลอดไฟ
ในนามของความรัก..
ทั้งหมดที่แลกไปเพื่อได้มา
จะควรค่าคุ้มราคาก็หาไม่
ได้แต่กล่าวโทษตัวเองซ้ำซากไป
ทำไมไม่รู้จักถนอมตน
ดูเอาเถิดฉันผู้อยู่ตรงหน้า
หลั่งน้ำตาให้เศษซากร่วงหล่น
สิ้นแล้วประกายฤกษ์ประจำตน
หมองหม่นกวาดเก็บเศษแก้วร้าว
ฉันจึงเตือนตัวเองทั้งน้ำตา
ที่คิดว่ามีดาริกาอยู่กลางหาว
และฉันเป็นมงกุฏเพชรประดับดาว
เปล่า...ฉันสำคัญผิดไป
ที่เธอเผลอไผลให้ฉันมา
ใช่ดวงแก้วดาริกาก็หาไม่
อนิจจา..
แม้ขณะกวาดขยะให้พ้นไป
คมเศษแก้วยังบาดใจให้เจ็บร้าว
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
Even if it kills me- I’m going to smile
"I'm going to smile and make you think I'm happy,
I’m going to laugh, so you don’t see me cry,
I’m going to let you go in style,
and even if it kills me- I’m going to smile"
I’m going to laugh, so you don’t see me cry,
I’m going to let you go in style,
and even if it kills me- I’m going to smile"
วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551
สวนที่สวยนั้นต้องการความทมิฬในหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณไม่เชื่อเลยเหรอว่าผมจะคิดถึงคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะสุข หรือทุกข์ คุณจะอยู่ในใจผมเสมอ คุณจะเชื่อหรือเปล่าว่า แม้ผมจะไม่โทรหาคุณ แม้เราจะไม่พบกัน แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่คิดถึงกัน" ฉันหัวเราะเสียงดังทีเดียวเมื่อเธอพูดประโยคนี้
"เวลาคุณจุดธูปบอกคนที่ตายไปแล้วว่า คุณนึกถึงเขาอยู่เสมอ คุณเอาอาหารที่เขาชอบใส่ถาดไปวัด เอาพระมาสวด กรวดน้ำ แล้วคุณก็สบายใจว่า คุณได้ทำอะไรบางอย่างแก่คนที่ไม่มีอยู่ในโลกของคุณอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ คุณไม่ได้ทำเพื่อคนตาย แต่คุณทำลงไปเพื่อตัวคุณเองที่ยังมีลมหายใจ ทำเพื่อไถ่โทษ ทำเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง เหมือนกันกับที่คุณบอกฉันว่า "เชื่อเถอะ ว่าผมคิดถึงคุณ" บอกตามตรงว่าฉันไม่เชื่อ ถ้าคิดถึงฉันก็โทรมา ขับรถมาหา อย่าทำแค่จุดธูปแล้วนั่งภาวนาอยู่กับบ้านเพียงจะซื้อความรู้สึกผิดทิ้ง"
...
...
ลมแล้งใบดกหนาจนมองไม่เห็นรูปทรงของลำต้น และฉันก็ลังเลที่จะเล็มใบที่แตกเป็นพุ่มนั้นออกเสียบ้าง ด้วยนึกถึงยามที่มันแร้นแค้น และถูกหนอนกัดกินเสียจนไม่มีโอกาสเติบโต เถาของเงินไหลมาก็ขึ้นคลุมหางนกยูงเสียจนเสียสง่าราศี กระนั้ มันก็ช่วยรักษาความชื้นที่โคนต้น และหางนกยูงที่พิกลพิกาลก็มีอาหารดีขึ้นตามลำดับ
"ไม่ตัดใบทิ้งเสียบ้างจะไม่เห็นดอกนะ"
ฉันตัดใบลมแล้งที่อยู่เรี่ยพื้นทิ้งเสียมากมาย จนเริ่มเห็นทรวดทรงงดงามของมัน ใบที่ถูกตัดทิ้งอาจก่นด่าและน้อยใจ "ทำไมถึงเป็นฉัน ทำไมไม่เป็นอีกใบหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ฉัน ทำไมไม่เป็นอีกใบหนึ่งที่อยู่ข้างบนฉัน" ใช่บางทีเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างนี้ "ทำไมถึงเป็นฉันที่เธอเลือกจะตัดออกไปจากชีวิต"
เถาเงินไหลมาก็ถูกทึ้งถอนออกไปเกือบครึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป และเมื่อหางนกยูงยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง เถาเงินไหลมาก็หมดหน้าที่ และสร้างความรำคาญตาเกินกว่าจะปล่อยให้มันเติบโตต่อไปไร้การควบคุม
สวนที่สวยนั้นต้องการความทมิฬในหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ
(ลมแล้งฤดูร้อน ของฮิมิโตะ ณ เกียวโต นิตยสารอิมเมจ ต.ค. ๕๑)
"เวลาคุณจุดธูปบอกคนที่ตายไปแล้วว่า คุณนึกถึงเขาอยู่เสมอ คุณเอาอาหารที่เขาชอบใส่ถาดไปวัด เอาพระมาสวด กรวดน้ำ แล้วคุณก็สบายใจว่า คุณได้ทำอะไรบางอย่างแก่คนที่ไม่มีอยู่ในโลกของคุณอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ คุณไม่ได้ทำเพื่อคนตาย แต่คุณทำลงไปเพื่อตัวคุณเองที่ยังมีลมหายใจ ทำเพื่อไถ่โทษ ทำเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง เหมือนกันกับที่คุณบอกฉันว่า "เชื่อเถอะ ว่าผมคิดถึงคุณ" บอกตามตรงว่าฉันไม่เชื่อ ถ้าคิดถึงฉันก็โทรมา ขับรถมาหา อย่าทำแค่จุดธูปแล้วนั่งภาวนาอยู่กับบ้านเพียงจะซื้อความรู้สึกผิดทิ้ง"
...
...
ลมแล้งใบดกหนาจนมองไม่เห็นรูปทรงของลำต้น และฉันก็ลังเลที่จะเล็มใบที่แตกเป็นพุ่มนั้นออกเสียบ้าง ด้วยนึกถึงยามที่มันแร้นแค้น และถูกหนอนกัดกินเสียจนไม่มีโอกาสเติบโต เถาของเงินไหลมาก็ขึ้นคลุมหางนกยูงเสียจนเสียสง่าราศี กระนั้ มันก็ช่วยรักษาความชื้นที่โคนต้น และหางนกยูงที่พิกลพิกาลก็มีอาหารดีขึ้นตามลำดับ
"ไม่ตัดใบทิ้งเสียบ้างจะไม่เห็นดอกนะ"
ฉันตัดใบลมแล้งที่อยู่เรี่ยพื้นทิ้งเสียมากมาย จนเริ่มเห็นทรวดทรงงดงามของมัน ใบที่ถูกตัดทิ้งอาจก่นด่าและน้อยใจ "ทำไมถึงเป็นฉัน ทำไมไม่เป็นอีกใบหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ฉัน ทำไมไม่เป็นอีกใบหนึ่งที่อยู่ข้างบนฉัน" ใช่บางทีเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างนี้ "ทำไมถึงเป็นฉันที่เธอเลือกจะตัดออกไปจากชีวิต"
เถาเงินไหลมาก็ถูกทึ้งถอนออกไปเกือบครึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป และเมื่อหางนกยูงยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง เถาเงินไหลมาก็หมดหน้าที่ และสร้างความรำคาญตาเกินกว่าจะปล่อยให้มันเติบโตต่อไปไร้การควบคุม
สวนที่สวยนั้นต้องการความทมิฬในหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ
(ลมแล้งฤดูร้อน ของฮิมิโตะ ณ เกียวโต นิตยสารอิมเมจ ต.ค. ๕๑)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)